ยินดีต้อนรับสู่ มารีนทราเวล รวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลที่พัก ข้อมูลกิจกรรม อัพเดทที่นี่ทุกวัน

วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

ปรากฏการณ์เอลนีโญและปรากฏการณ์ลานีญา

Share & Comment

เอลนีโญ (El Nino) 

เป็นคำภาษาสเปน แปลว่า บุตรพระคริสต์ หรือพระเยซู เป็นชื่อของกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเลียบชายฝั่งทะเลของปร ะเทศเปรู ลงไปทางใต้ทุกๆ 2 3 ปี โดยเริ่มประมาณช่วงเทศกาลคริสต์มาส กระแสน้ำอุ่นนี้จะไหลเข้าแทนที่กระแสน้ำเย็นที่อยู่ต ามชายฝั่งเปรูนานประมาณ 2 3 เดือน และบางครั้งอาจจะยาวนานข้ามปีถัดไป เป็นคาบเวลาที่ไม่แน่นอน และมีผลทางระบบนิเวศและห่วงลูกโซ่อาหาร ปริมาณปลาน้อย นกกินปลาขาดอาหาร ชาวประมงขาดรายได้ รวมทั้ง เกิดฝนตกและดินถล่มอย่างรุนแรง ในประเทศเปรูและเอกวาดอร์

เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างการหมุนเวียนของกระแสอากาศ และกระแสน้ำในมหาสมุทรทั้งบนผิวพื้นและใต้มหาสมุทร ปรากฏการณ์เอลนีโญมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า El Nino Southern Oscillation หรือเรียกอย่างสั้นๆ ว่า ENSO ซึ่งหมายถึง การเปลี่ยนแปลงซึ่งเกิดขึ้นบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอน ใต้


ปรากฏการณ์เอลนีโญ 


เมื่อเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ กระแสลมสินค้าตะวันออกอ่อนกำลัง กระแสลมพื้นผิวเปลี่ยนทิศทาง พัดจากประเทศอินโดนีเซียและออสเตรเลียตอนเหนือไปทางต ะวันออก แล้วยกตัวขึ้นเหนือชายฝั่งทวีปอเมริกาใต้ ก่อให้เกิดฝนตกหนักและแผ่นดินถล่มในประเทศเปรูและเอก วาดอร์ กระแสลมพัดกระแสน้ำอุ่นบนพื้นผิวมหาสมุทรแปซิฟิกไปกอ งรวมกันบริเวณชายฝั่งประเทศเปรู ทำให้กระแสน้ำเย็นใต้มหาสมุทรไม่สามารถลอยตัวขึ้นมาไ ด้ ทำให้บริเวณชายฝั่งขาดธาตุอาหารสำหรับปลา และนกทะเล ชาวประมงจึงขาดรายได้

ปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเม ริกาใต้ แต่ยังก่อให้เกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใ ต้และออสเตรเลียตอนเหนือ การที่เกิดไฟใหม้ป่าอย่างรุนแรงในประเทศอินโดนีเซีย ก็เป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญนั่นเอง


ลานีญา (La Nina) 

แปลว่า บุตรธิดา เป็นปรากฏการณ์ที่มีลักษณะตรงข้ามกับเอลนีโญ คือมีลักษณะคล้ายคลึงกับสภาวะปกติ แต่ทว่ารุนแรงกว่า กล่าวคือ กระแสลมสินค้าตะวันออกมีกำลังแรง ทำให้ระดับน้ำทะเลบริเวณทางซีกตะวันตกของมหาสมุทรแปซ ิฟิกสูงกว่าสภาวะปกติ ลมสินค้ายกตัวเหนือประเทศอินโดนีเซีย ทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก น้ำเย็นใต้มหาสมุทรยกตัวขึ้นแทนที่กระแสน้ำอุ่นพื้นผ ิวมหาสมุทรแปซิฟิกทางซีกตะวันตก ก่อให้เกิดธาตุอาหาร ฝูงปลาชุกชุม ตามบริเวณชายฝั่งประเทศเปรู


ปรากฏการณ์ลานีญา


เราอาจกล่าวอย่างง่ายๆว่า

เอลนีโญทำให้เกิดฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต ้ และเกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในทางกลับกันลานีญาทำให้เกิดความแห้งแล้งทางตอนเหนือ ของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดฝนตกหนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งเอลนีโญและลานีญาเกิดจากความผกผันของกระแสอากาศโ ลก บริเวณเส้นศูนย์สูตร เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด





ภาพถ่ายจากดาวเทียมโทเพกซ์/โพซิดอน (NASA) 


ในภาพแสดงให้เห็นความต่างระดับของน้ำทะเลบนพื้นผิวมห าสมุทรแปซิฟิก สีขาวแสดงระดับน้ำซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง 14 เซนติเมตร สีม่วงหรือสีเข้มแสดงระดับน้ำซึ่งต่ำกว่าระดับน้ำทะเ ลประมาณ -18 เซนติเมตร ขณะเกิดลานีญา - เอลนีโญ

ช่วงนี้ประเทศไทยต้องเผชิญกับฝนตกหนักและอากาศหนาวเย ็นผิดธรรมชาติทั้งๆ ที่เป็นฤดูร้อน

นักวิชาการหลายฝ่ายจึงวิเคราะห์ว่าเกิดจากปรากฏการณ์ ลานิญ่า ซึ่งทำให้สภาพอากาศของไทยแปรปรวนมาตั้งแต่เดือนก.ค. 2553 และจะสิ้นสุดลงในเดือนพ.ค. 2554

"ลานิญ่า" เป็นคำดั้งเดิมจากภาษาสเปน มีความหมายว่า "เด็กผู้หญิง" จัดเป็นปรากฏการณ์ตรงกันข้ามกับ"เอลนิโญ่" เกิดจากความผกผันของกระแสอากาศโลกบริเวณเส้นศูนย์สูต ร เหนือมหาสมุทรแปซิฟิก

เมื่อเกิดลานิญ่า อุณหภูมิบนผิวน้ำทะเลมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกจะต่ ำลงอย่างผิดปกติราว 3-5 องศาเซลเซียล ทำให้ความดันฝั่งตะวันตกต่ำกว่าความดันฝั่งตะวันออก เกิดลมพายุพัดเสริมลมสินค้าทิศตะวันออกพัดพาน้ำและอา กาศที่หนาวเย็นไปยังทิศตะวันตก

ด้วยระดับน้ำทะเลซีกตะวันตกที่เพิ่มสูงกว่าสภาวะปกติ ประกอบกับลมสินค้าตะวันออกเฉียงใต้ที่หอบน้ำฝนพัดผ่า นมา ทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญกับฝนตก หนัก น้ำท่วมและหน้าดินพังทลายอยู่บ่อยครั้ง

แต่ข้อดีของลานิญ่า คือ น้ำเย็นใต้มหาสมุทรจะยกตัวขึ้นแทนที่กระแสน้ำอุ่นบนพ ื้นผิวน้ำ ทำให้เกิดธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์ ฝูงปลาชุกชุม

ปรากฏการณ์ลานิญ่า เกิดขึ้นได้ทุก 2-3 ปี และปกติจะเกิดขึ้นนานประมาณ 9-12 เดือน แต่บางครั้งอาจปรากฏอยู่ได้นานถึง 2 ปี ซึ่งทำให้ประเทศ อินโดนีเซีย ออสเตรเลียตอนเหนือ ฟิลิปปินส์ อินเดียตอนเหนือ ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกา และด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้ มีแนวโน้มที่จะมีฝนมากและมีน้ำท่วม

ขณะที่บริเวณตะวันออกของแอฟริกาและตอนใต้ของอเมริกาใ ต้มีฝนน้อยและเสี่ยงต่อการเกิดความแห้งแล้ง

กล่าวง่ายๆ เอลนิโญ่ ทำให้เกิดฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขณะที่ ลานิญ่า ทำให้เกิดความแห้งแล้งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดฝนตกหนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นปรากฏการณ์คู่ขนานที่ต้องเกิดสลับกันไปเพื่อปรับ สมดุลของโลก

ผลกระทบต่อประเทศไทย จากข้อมูลปริมาณฝนและอุณหภูมิรายเดือนตั้งแต่ปี 2494-2543 ของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ลานิญ่า ทำให้ปริมาณฝนของประเทศไทยส่วนใหญ่สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูฝนเป็นระยะที่ส่งผลกระท บอย่างชัดเจนที่สุด และทำให้อุณหภูมิต่ำกว่าปกติทุกฤดู ส่งผลให้เกิดความเหน็บหนาวไปทุกภูมิภาค

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เป็นห่วงคือตั้งแต่ปี 2513 อัตราการเกิดปรากฏการณ์ เอลนิโญ่ และ ลานิญ่า เกิดความผันผวนอย่างรุนแรง จากปกติที่จะเกิดสลับกันในจำนวนครั้งที่ใกล้เคียงกัน ระยะหลัง เอลนีโญ่ เกิดขึ้นบ่อยครั้งและมีแอมพลิจูดที่สูงขึ้นกว่าปกติ เช่น ในช่วงเวลาหนึ่ง เอลนิโญ่ เกิดขึ้นถึง 9 ครั้งในรอบ 2.2 ปี ซึ่งในอดีตปกติจะเกิดขึ้น 1.5 ครั้งต่อปี ขณะที่ ลานิญ่า เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว

หมายความว่าคลื่นแห่งความผันผวนของความดันบรรยากาศใน ซีกโลกภาคใต้ซึ่งก่อให้เกิดความชุ่มชื้นและลานิญ่า กำลังหายไป โลกจึงมีแต่ความร้อนรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ปรากฏการณ์ที่แปรปรวนนี้มีความรุนแรงมากขึ้นตั้งแต่ป ี 2542 ซึ่งอาจมีผลมาจากสภาวะโลกร้อนเป็นตัวเร่งด้วยก็ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมอุตุนิยมวิทยา



Tags:

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

 

Popular Content

#

Recent Posts

#

Follow by Email

Why to Choose Marines Travel?

.
Copyright © Marines Travel | Designed by Templateism.com | Published by GooyaabiTemplates.com