ยินดีต้อนรับสู่ มารีนทราเวล รวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลที่พัก ข้อมูลกิจกรรม อัพเดทที่นี่ทุกวัน

วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2558

แหล่งท่องเที่ยวหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน

Share & Comment
























แหล่งท่องเที่ยวหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน


1. หาดเตยงามอ่าวนาวิกโยธิน
อ่าวนาวิกโยธิน เป็นอ่าวสู่อ่าวไทยทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ทิศเหนือ          -   ติดกับทิวเขาหาดสูง
ทิศตะวันออก  – เป็นที่ราบ เรียกว่าทุ่งไก่เตี้ย /หนองไก่เตี้ย
ทิศใต้            – ติดกับทิวเขาปู่เจ้า
ชายหาดบริเวณก้นอ่าว  เป็นหาดทรายสะอาดค่อยลาดลงสู่ทะเลริมหาดมีเตยทะเลขึ้นอยู่เแป็นจำนวนมาก    จึงเรียกบริเวณหาดนี้ว่า  หาดเตยงาม บริเวณตอนใต้ใกล้กับอ่าวมีเกาะเล็ก ๆ หนึ่งเกาะชื่อเกาะไก่เตี้ย นอกจากชื่ออ่าว นย. ยังถูกเรียกชื่ออื่นอีกเช่น อ่างทุ่งไก้เตี้ย  หรืออ่าวตากัน   เนื่องจากเดิมมีชาวสัตหีบชื่อ นายกัน สุขรุ่ง ซึ่งเราเรียกกันว่าปู่กัน  เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๙  ปีขาล อายุอ่อนกว่า หลวงพ่ออี๋(อี๋  ทองขาว)      แห่งวัดสัตหีบและเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ปู่กันได้เรียนรู้วิชาอาคมและการแพทย์แผนไทย ที่วัดเป้ง ต.ศิลา     และใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยรักษาคนเจ็บป่วยโดยปู่กันได้มาปลูกกระท่อมไม้ไผ่ขัดแตะ อยู่ใต้ตนมะขามใหญ่    (ปัจจุบันอยู่บริเวณหน้า บก.นย.) บริเวณทุ่งไก่เตี้ยมีพื้นที่กว้างใหญ่เกินกว่าครอบครัวของปู่กันจะทำกินได้       ปู่กันจึงเห็นว่าควรแสดงขอบเขตที่ดินไว้ เพื่อวันหน้ามีคนมาอยู่อาศัยจะได้สังเกตได้ง่าย  โดยไม่ต้องโต้เถียงเรื่องเขตที่ดิน จึงนำพันธุ์ต้นตาลจากหนองมนจำนวนมากมาปลุกแสดงขอบเขตที่ดิน  สาเหตุความยากลำบากในการเดินทางและอันตรายจากสัตว์ป่าตลอดจนไข้มาลาเลีย   จึงไม่มีผู้ใดมาอาศัยอยู่   คงแต่มีปู่กัน       และบุตรชายเพียงครอบครัวเดียว จึงเรียกว่าอ่าวตากัน ต่อมาเมื่อกองทัพเรือต้องการใช้พื้นที่บริเวณทุ่งไก่เตี้ยเป็นที่ตั้งหน่วยทหารตามที่ ร.๖ พระราชทานให้แก่ ทร.   ปู่กัน จึงต้องอพยพไปอยู่ที่ตลาดสัตหีบ และสิ้นอายุเมื่อวันที่ ๒๗ ส.ค.๒๕๐๑ รวมอายุ ๙๒ ปี ตั้งแต่นั้นมาอ่าวแห่งนี้จึงมีชื่อใหม่ว่า อ่าวนาวิกโยธิน



2. ผาวชิราลงกรณ์
เป็นสถานที่ฝึกไต่หน้าผาของทหารนาวิกโยธิน       ต่อมาเมื่อ      ๙ ม.ค.๑๓   สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ เสด็จ ฯ   ทอดพระเนตรกิจการทหารนาวิกโยธิน  โดยประทับบนรถสะเทินน้ำสะเทินบก เพื่อทอดพระเนตรการสาธิตการไต่หน้าผา เมื่อจบการสาธิต  พลเรือตรี โสภณ     สุญาณเศรษฐกร  ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน    (ขณะนั้น)    ได้กราบทูลขอพระราชทานชื่อหน้าผาเพื่อเป็นเกียรติประวัติ  และขวัญกำลังใจแก่ทหารนาวิกโยธิน ทุกนายสืบไป ซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ์ ได้พระราชทานชื่อหน้าผาแห่งนี้ว่า “ผาวชิราลงกรณ์” และเมื่อ ๒๘ ก.ค.๔๕ ผู้บัญชาการทหารเรือได้เป็นประธานในพิธีเปิดหน้าผาแห่งนี้ เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๕๐ พรรษา ปัจจุบัน นอกเหนือจากจะใช้สถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ฝึกไต่หน้าผาของทหารนาวิกโยธินแล้ว กองทัพเรือยังได้เปิดให้เป็นจุดชมทิวทัศน์สำหรับนักท่องเที่ยว ที่มาทัศนศึกษาและได้ชมทัศนียภาพอันสวยงามของหาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน ณ ค่ายกรมหลวงชุมพร  อำเภอสัตหีบ  จังหวัดชลบุรี แห่งนี้


3. อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน
ในอดีตที่ผ่านมา มีทหารนาวิกโยธินจำนวนไม่น้อย   ที่ได้เสียสละชีวิต   และเลือดเนื้อเพื่อป้องกัน     อริราชศัตรูจากภายนอกประเทศ และปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ภายในประเทศเพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศชาติและความสงบสุขของราษฏร
ทำให้พวกเราชาวนาวิกโยธินระลึกถึง เพื่อนทหารนาวิกโยธิน      ที่ได้เสียสละชีวิตดังกล่าวอยู่ด้วยเสนอมา และมีความคิดที่จะสร้างอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินขึ้น เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเขา      ผู้กล้าหาญเหล่านั้น  แต่ความคิดนั้นได้เนิ่นนานเรื่อยมา
จนกระทั่ง พล.ร.ท.ประเสริฐ  น้อยคำศิริ      ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน คนที่ ๙    ของกองทัพเรือ ความคิดในการสร้างอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน    จึงได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นอย่างจริงจัง ปัญหาที่นับว่าเป็นอุปสรรคที่มากที่สุดในครั้งนี้ คือ การขาดแคลนงบประมาณในการก่อสร้าง
แต่ความปรารถนาอันแรงกล้าที่ต้องการเห็นอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินเป็นรูปร่างขึ้นมา จึงได้ให้ความอุตสาหะวิริยะทั้งมวล จัดหางบประมาณด้วยความร่วมมือร่วมใจเสียสละเงินของ   ข้าราชการ   และทหารนาวิกโยธินทุกคน ตลอดจนพ่อค้าประชาชน  ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้แล้วความฝันก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา ที่จะได้เห็นอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ ณ อ่าวนาวิกโยธิน  โดยที่มิได้ใช้งบประมาณของทางราชการเลย
พิธีวางศิลาฤกษ์ อนุสาวรีย์ฯ ได้กระทำเมื่อ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๒๗ งานก่อสร้างต่าง ๆ ดำเนินการก่อสร้างโดยทหารนาวิกโยธิน ทั้งสิ้น และสร้างเสร็จสมบูรณ์ประมาณปลาย เดือน กรกฏาคม ๒๕๒๘  และในวันที่ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ๒๕๒๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,สมเด็จพระนาง ฯ  เจ้าพระบรมราชินีนาถ  เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์ ฯ  รูปร่างอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน เป็นรูป ๖ เหลี่ยม ซึ่งแต่ละเหลี่ยมแทนทหารนาวิกโยธินทหารราบ,ทหารปืนใหญ่ ,ทหารช่าง,ทหารสื่อสาร และทหารลาดตระเวน ยอดอนุสาวรีย์ฯ เป็นธงราชนาวิกโยธินปักอยู่บนอุปกรณ์ประจำกาย ของทหารนาวิกโยธิน ที่ใช้ในการยกพลขึ้นบก ซึ่งแต่ละด้านมีความหมายดังนี้
ด้านหน้า เป็นรูปโน๊ตและเนื้อเพลง   ราชนาวิกโยธิน    ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช พระราชทานแก่ทหารนาวิกโยธิน เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๒ ที่ทหารนาวิกโยธินถือเป็น   พระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเกล้าล้นกระหม่อมเป็นอย่างยิ่ง ส่วนฐานเป็นประวัติทหารนาวิกโยธินที่เสียชีวิตในการสู้รบจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ด้านที่สอง ทางขวามือเป็นภาพปั้นของทหารนาวิกโยธินกำลังยกพลขึ้นบก ด้วยยานสะเทินน้ำสะเทินบก LVTP-7 ซึ่งทหารนาวิกโยธินถือเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเหล่าทัพอื่นส่วนฐานเป็นรายชื่อผู้เสียชีวิต จารึกไว้บนแผ่นทองเหลืองจำนวนทั้งสิ้น ๑๒ แผ่น ๆละ ๓๖ นาย
  ด้านที่สาม ทางซ้ายมือเป็นภาพปั้นการปฏิบัติของทหารลาดตระเวน ทำการโดดร่มจากเครื่องบินพร้อมกับแพยาง และอุปกรณ์ในการบาดตระเวน สะเทินน้ำสะเทินบก เพื่อสำรวจหาดและทำลายเครื่องกีดขวาง ก่อนที่จะทำการยกพลขึ้นบกของกำลังส่วนใหญ่ ส่วนฐานเป็นรายชื่อผู้เสียชีวิต บนแผ่นทองเหลือจำนวนทั้งสิ้น ๑๒ แผ่น ๆ ละ ๓๖ นาย
ด้านที่สี่ ทางขวามือเป็นภาพปั้นการปฏิบัติการของทหารปืนใหญ่นาวิกโยธิน กำลังยิงปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มม.แบบ ซีจี ๔๕ เป็นปืนใหญ่ที่ยิงได้ไกลที่สุดในประเทศไทย ส่วนฐานมีประตูและบันไดสู่ห้องส่วนล่างของอนุสาวรีย์ ฯ เป็นทีเก็บอัฐิของทหารนาวิกโยธินที่เสียชีวิต
ด้านที่ห้า ทางซ้ายมือเป็นภาพปั้นการปฏิบัติการร่วมของทหารราบ ทหารลาดตระเวนนาวิกโยธิน โดยใช้ยารนยนต์หุ้มเกราะคอมมานโด วี ๑๕๐ ในการรบ ส่วนฐานมีประตูจัดทำขึ้นเป็นพิเศษลวดลายภายในประกอบด้วยเครื่องหมายความสามารถของทหารนาวิกโยธิน คือ เครื่องหมายความสามารถพิเศษ แขนงลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกจู่โจม และเครื่องหมายความสามารถพิเศษโดดร่มกองทัพเรือ
ด้านที่หก อยู่ทางด้านหลังขออนุสาวรีย์ เป็นภาพปั้นของทหารนาวิกโยธิน ขนาด ๕ เท่าของทหารจริง ยืนอยู่ในลักษณะเฉียงอาวุธ โดยใช้อาวุธประจำกาย ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ.๑ ยืนหันหน้าสู่ทะเล รูปปั้นนี้สวมหมวกกระบังอ่อน เพื่อให้เห็นเด่นชัดแตกต่างจากทัพอื่น แสดงให้เห็นว่าทหารนาวิกโยธินซึ่งทุกคนคอยปกป้อง        ฝั่งทะเล ส่วนฐานเป็นรายชื่อ พระนามและรายนาม อดีตผู้บัญชาการนาวิกโยธินที่ได้ล่วงลับไปแล้ว


4. พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน  
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่แสดงวัตถุต่างๆอันเกี่ยวกับทหารนาวิกโยธิน ซึ่งภายในจัดแบ่งเป็นห้องแสดงเรื่องราวและประวัติอันได้แก่ ห้องบรรยายสรุป, ห้องพระราชวงศ์ที่เกี่ยวข้องกับทหารนาวิกโยธิน, ห้องแสดงเครื่องแบบและเครื่องหมายของทหารนาวิกโยธิน และห้องจัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงห้องแสดงฉากจำลองยุทธภูมิต่างๆของ ทหารนาวิกโยธิน อีกด้วย.และใกล้ๆกันนั้นก็ยังมีสถานที่ๆน่าสนใจ ที่เราจะพาไปเที่ยวชมได้แก่ " อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน " ซึ่งอนุสาวรีย์นี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและร่วมรำลึกถึงทหารนาวิกโยธิน ที่ได้เสียชีวิตในการสู้รบในสมรภูมิต่างๆ และไม่ไกลกันในเวลาพระอาทิตย์ตกดินของทุกเย็นจะมี " พิธีเชิญธงลงจากยอดเสา " ซึ่งเป็นการปฏิบัติมีมาช้านานของทหารเรือ เวลาที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเป็นเวลาที่จะเชิญธงลงจากยอดเสา และที่บริเวณหาดเตยงามแห่งนี้ก็มีพิธีนี้เช่นกัน สำหรับการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธินหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินได้อนุมัติให้จัดตั้งและเริ่มดำเนินการปรับปรุงก่อสร้าง ประมาณปลายปี ๒๕๓๙ โดยได้ปรับปรุงโครงสร้างอาคารสโมสรสัญญาบัตรเตยงาม จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ สร้างเสร็จสมบูรณ์ และทำพิธีเปิดในเวลาต่อมา  (เมื่อ ๓๐ ก.ค.๔๓) ภายในจัดแสดง อาวุธยุทโธปกรณ์ แครื่องแบบทหารนาวิกโยธิน แสดงยุทธภูมิต่างๆ ของทหารนาวิกโยธินและแสดงประวัติศาสตร์ความเป็นมาของทหารนาวิกโยธิน


5. ศาลกรมหลวมชุมพรเขตอุดมศักดิ์ “พระบิดาแห่งทหารเรือไทย” 
ประวัติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ พระประสูติกาล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพร เขตอุดมศักดิ์ (ต้นราชสกุล อาภากร) ทรงเป็น พระเจ้าลูกยาเธอ ในพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล ที่ ๕ นับลำดับ ราชสกุลวงศ์เป็นพระองค์ที่ ๒๘ มีพระนามเดิมว่า "พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์" ประสูติใน พระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๒๓ ตรงกับวันอาทิตย์ แรม ๓ ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะโรง จุลศักราช ๑๒๔๒ เวลา ๑๔.๕๗ และทรงเป็น พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์ที่ ๑ ในเจ้าจอมมารดาโหมด ธิดาเจ้าพระยาสุยาสุรวงศ์ ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) พระองค์ทรงมีพระกนิษฐา และพระอนุชา ร่วมพระมารดา ๒ พระองค์ คือ พระองค์เจ้าหญิงอรองค์อรรคยุพา (สิ้นพระชนม์เมื่อทรงพระเยาว์) และพระองค์เจ้าสุริยงประยุรพันธ์  ทรงเป็นต้นราชสกุล "อาภากร"  พระองค์ทรงได้รับสมัญญานามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" พระองค์ทรงเป็นผู้วางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ทรงได้รับการเชิดชูในหมู่ทหารเรือเรียกขานพระองค์ว่า "เสด็จเตี่ย" หรือ "หมอพร" และ "พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย" ต่อมาในปี 2536 มีประกาศกองทัพเรือขนานพระนามพระองค์ว่า"พระบิดาของกองทัพเรือไทย"  และในปี 2544 แก้ไขเป็น "องค์บิดาของทหารเรือไทย"


6. อนุสรณ์สถาน 
เมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน  ๒๕๐๙  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเรือใบประเภท โอเค  ชื่อ เวคา (VEGA) จากพระราชวังไกลกังวล   อ.หัวหิน   จว.ประจวบคีรีขันธ์   ตั้งแต่เวลา  ๐๔.๒๘ นาฬิกา ข้ามอ่าวไทยไปยัง  อ.สัตหีบ  จว.ชลบุรี  ซึ่งมีระยะทางประมาณ  ๖๐  ไมล์ทะเล    ด้วยพระองค์เองโดยลำพังพระองค์เดียว  ซึ่งทรงใช้เวลาในการแล่นใบในครั้งนี้ถึง ๑๗ ชั่วโมงเต็ม และได้ทรงนำธง “ ราชนาวิกโยธิน “ ข้ามอ่าวไทยมาด้วย พร้อมทั้งทรงนำธง “ราชนาวิกโยธิน” ปักเหนือยอดก้อนหินใหญ่ที่หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน หลังจากนั้น ทรงลงพระปรมาภิไธยบนแผ่นศิลาจารึก  ณ  ก้อนหินนั้น  ซึ่งทหารนาวิกโยธินถือเป็นอนุสรณ์สถานอันทรงคุณค่า และเป็นมหามงคลยิ่ง


7. อ่าวนาวิกโยธิน
ใอดีตชาวบ้านเรียกว่า อ่าวทุ่งไก่เตี้ย หรือ อ่าวตากัน เป็นอ่าวเปิดสู่อ่าวไทย มีทิวเขาปู่เจ้าอยู่ทางด้านซ้าย และทิวเขาสูงอยู่ทางด้านขวา ชายหาดมีต้นเตยทะเลขึ้นจำนวนมาก จึงเรียกหาดแห่งนี้ว่า หาดเตยงาม   บริเวณก้นอ่าวมีเกาะเล็ก ๆ  ซึ่งมีปะการัง และสัตว์ทะเลสวยงามมากมาย  ชื่อว่า  เกาะไก่เตี้ย
ในอดีตมีชาวไทยเชื้อสายจีนตระกูลใหญ่ ตระกูลหนึ่งได้เดินทางผ่านอ่าว เห็นว่าเป็นบริเวณที่มีฮวงจุ้ยดี    มีลักษณะคล้ายรูปมังกรหมอบ   หัวอยู่ทางด้านแหลมปู่เจ้า        หางอยู่ทางด้านเขาสูง บางท่านกล่าวว่า ดูคล้ายสิงห์นอนหมอบ โดยมีขาทั้ง ๒ ข้างยื่นมาข้างหน้า
ลักษณะภูมิประเทศบริเวณนี้ เข้าลักษณะที่เรียกว่าหน้ามีน้ำ หลังพิงเขา ตรงบริเวณกลางอ่าวมีกระแสน้ำวนคล้ายสะดือมังกร มีความเชื่อว่า เมื่อได้อาบหรือแช่ตัวในอ่าวนี้แล้วจะมีพลังพิเศษ และเป็นศิริมงคลทำให้มีความเจริญก้าวหน้าในทุก ๆ ด้าน หายจากโรคภัย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อและความศัรทธา ซึ่งปัจจุบันมีชาวไทยเชื้อสายจีนในตระกูลดังกล่าว  เดินทางมาแช่ตัวที่อ่าวนี้เป็นประจำปีละหลายครั้ง วันที่เหมาะต่อการแช่ตัวคือ วันที่ ๙ เดือน ๙ ขึ้น๑๕ ค่ำ เดือน ๙  และวันตรุษจีน จุดที่ลงแช่ตัวบริเวณทางแยกบ้าน น.๑๔   - น.๑๕ 
การปฏิบัติจุดธูป ๙ ดอก      สักการะกรมหลวงชุมพร ฯ ทำจิตใจให้สงบ เดินลงสู่ทะเลระดับอก ยืนสงบนิ่งหันหน้าลงทะเล ตั้งจิตอธิษฐานให้สิ่งไม่ดีไหลไปกับทะเล จากนั้นหันหน้าไปทางทิศเหนือ หรือทิศตะวันออก อธิษฐานขอสิ่งที่ต้องการ แล้วนำน้ำทะเลลูบที่หัว ใบหน้า และเดินขึ้นจากน้ำ ผลัดเปลี่ยนชุดใหม่ ชุดเก่าให้บริจาคเป็นทาน


8. สะดือมังกร 
มีผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย    เข้ามาศึกษาภูมิประเทศภายในหาดเตยงาม    แล้วชี้แจงว่าเป็นภูมิประเทศที่มีภูมิสถาปัตย์ ที่สวยงามมาก ๆ     มีภูเขาล้อมรอบ   พื้นที่หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน ดูเหมือนขาสิงห์ยื่นออกมาสองข้าง มองจากทะเลเข้ามาจะเห็นว่า  ด้านขวามือเหมือนขาสิงห์ข้างซ้ายอยู่ที่แหลมปู่เจ้า เขากรมหลวงชุมพร ด้านซ้ายมือเหมือนขาสิงห์ข้างขวาอยู่ที่แหลมเขาสูงหรือ  ที่พักของมารีนรีสอร์ท    เข้าลักษณะที่เรียกว่า หน้ามีน้ำ หลังพิงเขา    ปรากฎการณ์อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นภายในหาดเตยงามของเรา จะมีน้ำวนจากด้านแหลมปู่เจ้าเขากรมหลวงชุมพร วนมากลางอ่าวเป็นคลื่นใต้น้ำสามารถมองเห็นได้ชัดเมื่อขึ้นมองจากที่สูง วนเป็นวงกลมเป็นก้นหอยเข้าลักษณะที่เรียกว่า      สะดือมังกร  ชาวจีนมีความเชื่อความศรัทธาว่าหากได้แช่ตัวภายในน้ำทะเลแห่งนี้   จะทำให้เป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง พร้อมปกปักษ์รักษาตัวเองได้  พูดง่าย ๆ เป็นการเสริมบารีมีทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านครอบครัว ด้านการงาน  ด้านเศรษฐกิจ  ด้านความรัก  เท็จจริงประการใดไม่ทราบ      แต่มีคนไทยเชื้อสายจีนเข้ามาแช่ตัวภายในน้ำทะเลหาดเตยงามเป็นประจำ  อาทิ วันที่ ๙  เดือน ๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๙    และวันตรุษจีน เป็นประจำ   เป็นประวัติความเป็นมาของสะดือมังกร อ่าวนาวิกโยธิน



9. อ่าวทุ่งไก่เตี้ย หรือ อ่าวตากัน  
ชายหาดบริเวณก้นอ่าว  เป็นหาดทรายสะอาดค่อยลาดลงสู่ทะเลริมหาดมีเตยทะเลขึ้นอยู่เแป็นจำนวนมาก    จึงเรียกบริเวณหาดนี้ว่า  หาดเตยงาม บริเวณตอนใต้ใกล้กับอ่าวมีเกาะเล็ก ๆ หนึ่งเกาะชื่อเกาะไก่เตี้ย นอกจากชื่ออ่าว นย. ยังถูกเรียกชื่ออื่นอีกเช่น อ่างทุ่งไก้เตี้ย  หรืออ่าวตากัน   เนื่องจากเดิมมีชาวสัตหีบชื่อ นายกัน สุขรุ่ง ซึ่งเราเรียกกันว่าปู่กัน  เกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๐๙  ปีขาล อายุอ่อนกว่า หลวงพ่ออี๋(อี๋  ทองขาว)      แห่งวัดสัตหีบและเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ปู่กันได้เรียนรู้วิชาอาคมและการแพทย์แผนไทย ที่วัดเป้ง ต.ศิลา     และใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยรักษาคนเจ็บป่วยโดยปู่กันได้มาปลูกกระท่อมไม้ไผ่ขัดแตะ อยู่ใต้ตนมะขามใหญ่    (ปัจจุบันอยู่บริเวณหน้า บก.นย.) บริเวณทุ่งไก่เตี้ยมีพื้นที่กว้างใหญ่เกินกว่าครอบครัวของปู่กันจะทำกินได้       ปู่กันจึงเห็นว่าควรแสดงขอบเขตที่ดินไว้ เพื่อวันหน้ามีคนมาอยู่อาศัยจะได้สังเกตได้ง่าย  โดยไม่ต้องโต้เถียงเรื่องเขตที่ดิน จึงนำพันธุ์ต้นตาลจากหนองมนจำนวนมากมาปลุกแสดงขอบเขตที่ดิน  สาเหตุความยากลำบากในการเดินทางและอันตรายจากสัตว์ป่าตลอดจนไข้มาลาเลีย   จึงไม่มีผู้ใดมาอาศัยอยู่   คงแต่มีปู่กัน       และบุตรชายเพียงครอบครัวเดียว จึงเรียกว่าอ่าวตากัน ต่อมาเมื่อกองทัพเรือต้องการใช้พื้นที่บริเวณทุ่งไก่เตี้ยเป็นที่ตั้งหน่วยทหารตามที่ ร.๖ พระราชทานให้แก่ ทร.   ปู่กัน จึงต้องอพยพไปอยู่ที่ตลาดสัตหีบ และสิ้นอายุเมื่อวันที่ ๒๗ ส.ค.๒๕๐๑ รวมอายุ ๙๒ ปี ตั้งแต่นั้นมาอ่าวแห่งนี้จึงมีชื่อใหม่ว่า อ่าวนาวิกโยธิน



10. ประวัติค่ายกรมหลวงชุมพร
ในปี พ.ศ.๒๔๘๒ หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครอง  รัฐสภาได้อนุมัติงบประมาณพิเศษให้กองทัพเรือขยายกำลังทางเรือและกำลังนาวิกโยธิน ตามแนวความคิดของ พล.ร.อ.สินธุ  กมลนาวิน (หลวงสินสงครามชัย) ต้องการขยายกำลังทหารนาวิกโยธิน   ให้มีรูปแบบการจัดเป็นกรมผสม มีทหารราบ ทหารปืนใหญ่ ทหารช่าง และทหารสื่อสาร  ทั้งนี้ให้ดำเนินการไปพร้อมกับการขยายกำลังทางเรือ  โดยมอบหมายให้    พล.ร.ต.ทหาร   ขำหิรัญ  รับนโยบายการขยายกำลังนาวิกโยธินไปดำเนินการ
พล.ร.ต.ทหาร    ขำหิรัญ     เริ่มดำเนินการด้วยการ      เสนอส่งให้นายทหารพรรคนาวิกโยธินไปเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ในปี พ.ศ.๒๔๗๙ เป็นรุ่นแรก นอกจากนั้นได้ส่งกำลังพลเข้ารับการศึกษาในโรงเรียนต่าง ๆ ของกองทัพบก เช่น เหล่าทหารราบ, เหล่าทหารม้า, เหล่าทหารปืนใหญ่, เหล่าทหาร-ช่าง และเหล่าทหารสื่อสาร รวมทั้งส่งนักเรียนจ่าและจ่าสำรองพรรคนาวิกโยธิน เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนนายสิบทหารบก เหล่าต่าง ๆ นอกจากนี้ได้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่เพิ่มขึ้น       และเพื่อให้หน่วยทหารนาวิกโยธิน        ในอัตราการจัดกรมผสมที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่มีที่ตั้งที่เหมาะสมประมาณ พ.ศ.๒๔๗๙ - ๒๔๘๑ จึงได้จัดเตรียมพื้นที่บริเวณทุ่งไก่เตี้ย อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี   เป็นที่ตั้งถาวรของหน่วยดังกล่าวต่อไป
เมื่อ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๔๘๒ กองทัพเรือได้จัดตั้ง กรมนาวิกโยธิน ขึ้นตรงกับ สถานีทหารเรือสัตหีบ ประกอบด้วยกองบังคับการ(ซึ่งมีกองร้อยปืนใหญ่ขึ้นอยู่ด้วย) ๒ กองพันทหารราบ กองร้อยลาดตระเวน (ใช้ม้า) และกองร้อยทหารช่าง มี น.ท.ทหาร ขำหิรัญ (ยศในขณะนั้น )  เป็น    ผู้บังคับการกรม
กรมนาวิกโยธินได้เจริญรุ่งเรืองตามลำดับ แม้จะประสบมรสุมใหญ่ เมื่อ ๒๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๔๙๔  ถึงขั้นต้องยุบหน่วยก็ตาม แต่ความจำเป็นด้านความมั่นคงของชาติ กรมนาวิกโยธินจึงได้รับการสถาปนาขึ้นใหม่ เมื่อ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๘   เป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ มีการปรับการจัดกำลังเป็นลำดับ เพื่อให้เหมาะสมกับภารกิจในการรักษาอธิปไตย  และความมั่นคงของชาติที่หน่วยเหนือมอบหมาย
เมื่อ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๗ พล.ร.ต.สนอง นิสาลักษณ์  ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน ได้ทำหนังสือถึงสมุห์ราชองค์รักษ์ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งคณะกรรมการพิจารณาการ ตั้งชื่อค่าย ได้ขอพระราชทานชื่อว่า ค่ายกรมหลวงชุมพร เป็นการเทิดพระเกียรติแด่ พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งทรงริเริ่มก่อตั้งสถานีทหารเรือ ขึ้นที่สัตหีบ และต่อมาได้เป็นที่ตั้งของ กรมนาวิกโยธิน ด้วย
ต่อมาเมื่อ ๒๙ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๐๗ ได้รับหนังสือตอบจาก    สมุห์ราชองค์รักษ์ว่า   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  ทรงเห็นชอบชื่อค่ายตามที่ขอพระราชทานไป
เมื่อ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ.๒๕๐๘ เวลา ๐๙๐๐  จอมพลถนอม    กิตติขจร    นายกรัฐมนตรี    ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้ให้เกียรติเดินทางมา  เป็นประธานในพิธีเปิดค่ายกรมหลวงชุมพร  อย่างเป็นทางการ


11. ประวัติอำเภอสัตหีบ
อำเภอสัตหีบ  มีชื่อตำบลอยู่  5  ชื่อ  ได้แก่  ตำบลสัตหีบ ตำบลแสมสาร  ตำบลพลูตาหลวง  ตำบลบางเสร่  ตำบลนาจอมเทียน และหมู่บ้าน  41  หมู่บ้าน  แต่มีชื่อซ้ำกันอยู่หลายชื่อ  แต่ละชื่อล้วนมีประวัติความเป็นมา ชื่อ  “สัตตหีบ” มีประวัติความเป็นมาจากฐานประวัติศาสตร์ทหารระบุว่า  เมื่อประมาณ ปี พ.ศ.2464 ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่ ได้เสด็จตรวจเยี่ยมหัวเมืองชายทะเล เพื่อจะได้สร้างแนวป้องกันชายฝังทะเลเพิ่มขึ้น  เพราะมีป้อมพระจุลจอมเกล้าฯ ที่ปากน้ำสมุทรปราการนั้น ใกล้เขตพระนครเกินไป พระองค์จึงทรงดำริจัดตั้งหัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออก เป็นที่ตั้งกองทัพเรือ เพื่อตรวจ รักษาฝั่ง และเขตน่านน้ำใหญ่ เมื่อประพาสพักแรมถึงอ่าวสัตหีบ มองเข้ามาไม่เห็นฝั่ง เนื่องจากหมู่เกาะทั้ง  7  บังไว้  จึงรับสั่งให้นำเรือพระที่นั่งเข้าสู่ฝั่งแหลมเทียน เมื่อทอดพระเนตรเห็นชัยภูมิที่เหมาะสม  ที่จะตั้งฐานทัพเรือได้  จึงตรัสถามนามบริเวณนี้  ครั้นไม่มีผู้ใดทูลตอบพระองค์จึงพระราชทานนามว่า “สัตตหีบ” เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นเกาะ  7  เกาะ เป็นที่กำบังลม ให้แก่หมู่เรือได้ดีหากจะมีการตั้งฐานทัพเรือที่นี่ “สัตต”  แปลว่า เจ็ด  “หีบ”  คือที่เก็บรักษาหรือกำบัง  ต่อมาเขียนเป็น  สัตหีบ  ซึ่งเป็นชื่อของอำเภอหนึ่งในจังหวัดชลบุรี  มาจนทุกวันนี้
เกาะทั้ง  7  คือ  เกาะพระ  เกาะยอ  เกาะหมู  เกาะเตาหม้อ  เกาะเณร  เกาะอีเลา  เกาะสันฉลาม
แต่มีคนเก่า  คนแก่  ที่เหล่าตำนานของโจรสลัดที่มีชุกชุมในสมัยโบราณ  เมื่อทำร้ายเจ้าทรัพย์      แล้วทรัพย์สินในเรือเก็บไว้ที่เกาะทั้ง  7      ซึ่งเปรียบเสมือนหีบสมบัติของโจรเหล่านั้น “สัตหีบ” จึงหมายถึง  “หีบ 7  ใบ ในเกาะทั้ง 7 ”    




Tags: , , ,

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

 

Popular Content

#

Recent Posts

#

Follow by Email

Why to Choose Marines Travel?

.
Copyright © Marines Travel | Designed by Templateism.com | Published by GooyaabiTemplates.com