ยินดีต้อนรับสู่ มารีนทราเวล รวมข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ข้อมูลที่พัก ข้อมูลกิจกรรม อัพเดทที่นี่ทุกวัน

วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2557

อนุสาวรีย์นาวิกโยธิน อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน หาดเตยงาม

Share & Comment
ในอดีตที่ผ่านมา มีทหารนาวิกโยธินจำนวนไม่น้อย   ที่ได้เสียสละชีวิต   และเลือดเนื้อเพื่อป้องกัน     อริราชศัตรูจากภายนอกประเทศ และปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ภายในประเทศเพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของประเทศชาติและความสงบสุขของราษฏร
            ทำให้พวกเราชาวนาวิกโยธินระลึกถึง เพื่อนทหารนาวิกโยธิน      ที่ได้เสียสละชีวิตดังกล่าวอยู่ด้วยเสนอมา และมีความคิดที่จะสร้างอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินขึ้น เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเขา      ผู้กล้าหาญเหล่านั้น  แต่ความคิดนั้นได้เนิ่นนานเรื่อยมา
            จนกระทั่ง พล...ประเสริฐ  น้อยคำศิริ      ผู้บัญชาการกรมนาวิกโยธิน คนที่ ๙    ของกองทัพเรือ ความคิดในการสร้างอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน    จึงได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นอย่างจริงจัง ปัญหาที่นับว่าเป็นอุปสรรคที่มากที่สุดในครั้งนี้ คือ การขาดแคลนงบประมาณในการก่อสร้าง
            แต่ความปรารถนาอันแรงกล้าที่ต้องการเห็นอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินเป็นรูปร่างขึ้นมา จึงได้ให้ความอุตสาหะวิริยะทั้งมวล จัดหางบประมาณด้วยความร่วมมือร่วมใจเสียสละเงินของ   ข้าราชการ   และทหารนาวิกโยธินทุกคน ตลอดจนพ่อค้าประชาชน  ผู้มีจิตศรัทธาบริจาคให้แล้วความฝันก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา ที่จะได้เห็นอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ ณ อ่าวนาวิกโยธิน  โดยที่มิได้ใช้งบประมาณของทางราชการเลย
            พิธีวางศิลาฤกษ์ อนุสาวรีย์ฯ ได้กระทำเมื่อ วันที่ ๑๑ สิงหาคม พ..๒๕๒๗ งานก่อสร้างต่าง ๆ ดำเนินการก่อสร้างโดยทหารนาวิกโยธิน ทั้งสิ้น และสร้างเสร็จสมบูรณ์ประมาณปลาย เดือน กรกฏาคม ๒๕๒๘  และในวันที่ ๓๐ กรกฏาคม พ.ศ๒๕๒๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว,สมเด็จพระนาง ฯ  เจ้าพระบรมราชินีนาถ  เสด็จพระราชดำเนินเปิดอนุสาวรีย์ ฯ  รูปร่างอนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน เป็นรูป ๖ เหลี่ยม ซึ่งแต่ละเหลี่ยมแทนทหารนาวิกโยธินทหารราบ,ทหารปืนใหญ่ ,ทหารช่าง,ทหารสื่อสาร และทหารลาดตระเวน ยอดอนุสาวรีย์ฯ เป็นธงราชนาวิกโยธินปักอยู่บนอุปกรณ์ประจำกาย ของทหารนาวิกโยธิน ที่ใช้ในการยกพลขึ้นบก ซึ่งแต่ละด้านมีความหมายดังนี้
            ด้านหน้า เป็นรูปโน๊ตและเนื้อเพลง   ราชนาวิกโยธิน    ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช พระราชทานแก่ทหารนาวิกโยธิน เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ..๒๕๐๒ ที่ทหารนาวิกโยธินถือเป็น   พระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นเกล้าล้นกระหม่อมเป็นอย่างยิ่ง ส่วนฐานเป็นประวัติทหารนาวิกโยธินที่เสียชีวิตในการสู้รบจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
            ด้านที่สอง ทางขวามือเป็นภาพปั้นของทหารนาวิกโยธินกำลังยกพลขึ้นบก ด้วยยานสะเทินน้ำสะเทินบก LVTP-7 ซึ่งทหารนาวิกโยธินถือเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากเหล่าทัพอื่นส่วนฐานเป็นรายชื่อผู้เสียชีวิต จารึกไว้บนแผ่นทองเหลืองจำนวนทั้งสิ้น ๑๒ แผ่น ๆละ ๓๖ นาย
            ด้านที่สาม ทางซ้ายมือเป็นภาพปั้นการปฏิบัติของทหารลาดตระเวน ทำการโดดร่มจากเครื่องบินพร้อมกับแพยาง และอุปกรณ์ในการบาดตระเวน สะเทินน้ำสะเทินบก เพื่อสำรวจหาดและทำลายเครื่องกีดขวาง ก่อนที่จะทำการยกพลขึ้นบกของกำลังส่วนใหญ่ ส่วนฐานเป็นรายชื่อผู้เสียชีวิต บนแผ่นทองเหลือจำนวนทั้งสิ้น ๑๒ แผ่น ๆ ละ ๓๖ นาย
ด้านที่สี่ ทางขวามือเป็นภาพปั้นการปฏิบัติการของทหารปืนใหญ่นาวิกโยธิน กำลังยิงปืนใหญ่ขนาด ๑๕๕ มม.แบบ ซีจี ๔๕ เป็นปืนใหญ่ที่ยิงได้ไกลที่สุดในประเทศไทย ส่วนฐานมีประตูและบันไดสู่ห้องส่วนล่างของอนุสาวรีย์ ฯ เป็นทีเก็บอัฐิของทหารนาวิกโยธินที่เสียชีวิต
            ด้านที่ห้า ทางซ้ายมือเป็นภาพปั้นการปฏิบัติการร่วมของทหารราบ ทหารลาดตระเวนนาวิกโยธิน โดยใช้ยารนยนต์หุ้มเกราะคอมมานโด วี ๑๕๐ ในการรบ ส่วนฐานมีประตูจัดทำขึ้นเป็นพิเศษลวดลายภายในประกอบด้วยเครื่องหมายความสามารถของทหารนาวิกโยธิน คือ เครื่องหมายความสามารถพิเศษ แขนงลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกจู่โจม และเครื่องหมายความสามารถพิเศษโดดร่มกองทัพเรือ
           ด้านที่หก อยู่ทางด้านหลังขออนุสาวรีย์ เป็นภาพปั้นของทหารนาวิกโยธิน ขนาด ๕ เท่าของทหารจริง ยืนอยู่ในลักษณะเฉียงอาวุธ โดยใช้อาวุธประจำกาย ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ.๑ ยืนหันหน้าสู่ทะเล รูปปั้นนี้สวมหมวกกระบังอ่อน เพื่อให้เห็นเด่นชัดแตกต่างจากทัพอื่น แสดงให้เห็นว่าทหารนาวิกโยธินซึ่งทุกคนคอยปกป้อง        ฝั่งทะเล ส่วนฐานเป็นรายชื่อ พระนามและรายนาม อดีตผู้บัญชาการนาวิกโยธินที่ได้ล่วงลับไปแล้ว
    อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธินสร้างขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๒๘ มีไว้สำหรับ บรรจุอัฐิ (กระดูก) ทหารที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในการรบ ด้านหน้าแสดง มาร์ช นาวิกโยธิน ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ทรงพระราชทานให้กับหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อนุสาวรีย์นาวิกโยธิน 





ประวัติความเป็นมา 

              พ.ศ. 2310 ภายหลังกรุงศรีอยุธยาปราบชัยต่อข้าศึกสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชยกทัพเรือจากเมือง จันทบุรีมาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเข้าโจมตีเมืองธนบุรีก่อนเคลื่อนทัพไปขับไล่กำลังพม่าที่กรุงศรีอยุธยา เพื่อกอบกู้เอกราชชนชาติสยามคืนกลับมาได้ นำเป็นปฏิบัติการรบยกพลขึ้นยกครั้งสำคัญที่ปรากฏหน้าประวัติศาสตร์ไทย เกียรติประวัติของทหารนาวิกโยธิน ได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ทางทหารไทยมายาวนานกว่า 170 ปี นับตั้งแต่เป็นฝีพายเรือพระประเทียบ ในรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 กระทั่งพัฒนามาสู่การเป็นทหารนาวิกโยธินสมัยใหม่ ที่มีขีดความสามารถทางการยุทธสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบก ซึ่งต้องการการวางแผนและปฏิบัติการรบแบบลักษณะเฉพาะนาวิกโยธินนับเป็นทหารหน่วยแรกที่จะต้องเผชิญหน้ากับข้าศึกบนดินแดนที่ปราศจากทหารหน่วยเดียวกัน ทหารเรือฝ่ายบกมีบทบาทสำคัญในระยะแรก ๆ ด้วยการเป็นทหารกอบเกียรติยศในการ รับ-ส่งเสด็จและประจำเรือรบเรียกขานกันว่า “ทหารมะรีน” เรื่อยมาตรราบจนกระทั่งถึงวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2462 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการจำแนกเหล่าพลรบในกอบทัพเรือออกเป็น 3 พรรค ทำให้เปลี่ยนชื่อเรียกทหารมะรีนเป็นทหารนาวิกโยธินตั้งแต่นั่นเป็นต้นมา หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2575 มีการปรับปรุงกิจการทางทหารของชาติส่งผลให้ทหารนาวิกโยธินมีการขยายหน่วย จากกองพันพาหนะทหารเรือเป็นกรมนาวิกโยธิน และสนธิกำลังเป็นกองพลจันทบุรีเมื่อปี พ.ศ. 2483 เพื่อร่วมรบกรีพิพาทไทย -อินโดจีนเข้ายึด อำเภอไพลิน ประเทศกัมพูชา ความผันผวนทางการเมือง ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2494 ส่งผลให้กรมนาวิกโยธินถูกยกเลิกแล้วปรับลดกำลังเป็นกอบป้องกันสถานีทหารเรือสัตหีบ แต่หลังจากนั้นอีก 4 ปี รัฐบาลก็ได้มีการสถาปนากรมนาวิกโยธินขึ้นมาอีกครั้ง นับเป็นจุดกำเนิดของนาวิกโยธินสมัยใหม่ ที่จะก้าวผ่านพัฒนาการและสั่งสมเกียรติภูมิต่อเนื่องกันจนกระทั่งปัจจุบัน



           ในวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๒๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และพระนางเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายา ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิด อนุสาวรีย์ทหารนาวิกโยธิน ณ อ่าวนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี


          อนุสาวรีย์ ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ ลักษณะของอนุสาวรีย์เป็นรูปหกเหลี่ยม มีความหมายถึงทหารนาวิกโยธิน ผู้เสียสละชีวิตทั้งหกเหล่า คือ เหล่าทหารราบ เหล่าทหารปืนใหญ่ เหล่าทหารช่าง เหล่าทหารสื่อสาร เหล่าทหารขนส่ง และทหาร ลาดตระเวน ซึ่งเปรียบเสมือนทหารเหล่าพิเศษ รอบอนุสาวรีย์ ฯ ได้จารึกชื่อผู้เสียชีวิตจากการรบจนถึงปัจจุบัน สามารถจารึกชื่อได้ ๒๙๗ นาย อนุสาวรีย์แห่งนี้ได้ใช้เงินค่าก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ ๘ ล้านบาทเศษ โดยไม่ได้ใช้เงินงบประมาณทางราชการ ค่าใช้จ่าย ทั้งหมดได้จากทหารนาวิกโยธิน และพ่อค้าประชาชนที่มีจิตศรัทธาบริจาคให้ สำหรับงานก่อสร้าง ทหารนาวิกโยธินเป็นผู้ดำเนินการ เองเป็นส่วนใหญ่ เว้นงานที่ต้องใช้ฝีมือ และความสามารถพิเศษเฉพาะเท่านั้น






ความสำคัญ
1.  เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ทางทหารของราชอาณาจักรไทย
                   

2. เป็นอนุสรณ์สถานให้ชนรุ่นหลังได้ระลึกถึงความกล้าหาญของเหล่าทหารนาวิกโยธวินที่เสียสละชีวิตเพื่อรักษาเอกราชของชาติไทย

                   

3. เป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศ สถานที่ติดต่อ หน่วยนาวิกโยธิน ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 


          สำหรับด้านหน้าของอนุสาวรีย์ ฯ ที่เด่นเป็นสง่าอยู่นั้น ได้สลักโน๊ต และเนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ "มาร์ชราชนาวิกโยธิน" สำหรับโน๊ต เพลงนี้ได้ทรงพระราชทานให้แก่ทหารนาวิกโยธินเมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๐๒ ทหารนาวิกโยธินผู้เสียชีวิต เหล่านี้ได้ยอมเสียสละชีวิต อันหวงแหนของเขาเพื่อให้สมดังเนื้อร้องในเพลงมาร์ชราชนาวิกโยธินตอนหนึ่งซึ่งได้สลักไว้ ณ อนุสาวรีย์แห่งนี้ว่า "…..กาย ใจ ชีวิต มอบเป็นราชพลี……"










Tags: , ,

Written by

We are Creative Blogger Theme Wavers which provides user friendly, effective and easy to use themes. Each support has free and providing HD support screen casting.

 

Popular Content

#

Recent Posts

#

Follow by Email

Why to Choose Marines Travel?

.
Copyright © Marines Travel | Designed by Templateism.com | Published by GooyaabiTemplates.com